Author Archives: oatppk

มาฝึกวาดต้นไม้กันเถอะ!!

หลายคนคงจะประสบปัญหาที่ว่า เห้ย!ทำไมเราวาดต้นไม้มันไม่สวยเหมือนคนที่เข่เขียนการ์ตูนกันล่ะ ทำไมเราวาดออกมาได้เหมือนเด็กอนุบาลจังเลยเอาล่ะ ต่อไปนี้จะเป็นบทความในการสอนการวาดต้นไม้ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

ขั้นตอนแรก ของการวาดภาพต้นไม้ ให้วาดร่างฟอร์มของต้นไม้ก่อน เหมือนวาดไอติม เป็นรูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ ตามภาพง่ายๆIMG_1664.JPG

เสร็จแล้วเราก็ค่อยเขียนเส้นของใบตามเอาท์ไลน์ที่ร่างไว้ เติมกิ่งก้านเข้าไป จากใหญ่แตกหน่อเล็กลงๆIMG_1665.JPG

เส้นที่ใช้ก็มีหลายแบบ ก็เป็นการลดทอนใบของต้นไม้เช่นใบแบบกลม ใบแบบเหลี่ยม เหลือแต่เอาท์ไลน์ของเส้นขอบ

IMG_1666.JPG

เสร็จสิ้น!! เห็นไหมละว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด

ขอขอบคุณแหล่งอ้างอิง http://www.roigoo.com/board/index.php?topic=7793.0

 

 

 

 

Advertisements

สตอรี่บอร์ด (Story Board)

คราวนี้เรามารู้จัก “สตอรี่บอร์ด” กันเถอะครับ

รู้ไหมว่า? การถ่ายหนังถ่ายละครหรือแม้แต่การ์ตูนแอนิเมชั่นเขาก็ต้องเริ่มจากการเขียนสตอรี่บอร์ด!

ความหมายของสตอรี่บอร์ด(Story Board)

สตอรี่บอร์ด คือ การเขียนภาพนิ่งและข้อความเพื่อกำหนดแนวทางในการถ่ายทำหรือผลิตภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ โฆษณา การ์ตูน สารคดี เป็นต้น เพื่อกำหนดการเล่าเรื่อง ลำดับเรื่อง จัดมุมกล้อง กำหนดเวลา ซึ่งภาพที่วาดไม่จำเป็นจะต้องละเอียดมาก แค่บอกองค์ประกอบสำคัญๆ ได้ มีการระบุถึงตำแหน่งของตัวละครที่มีความสัมพันธ์กับฉากและตัวละครอื่นๆ กรอบแสดงภาพและมุมกล้อง แสงเงา เป็นการสเกตซ์ภาพของเฟรม (Shot) ต่างๆ จากบท เปรียบเสมือนการวาดการ์ตูนในกรอบสี่เหลี่ยมแต่ละช่อง

ส่วนประกอบของสตอรี่บอร์ด(Story Board)

สตอรี่บอร์ด จะประกอบไปด้วยชุดของภาพ Sketches ของ shot ต่างๆ พร้อมคำบรรยายหรือบทสนทนาในเรื่อง ซึ่งอาจจะทำการเขียนเรื่องย่อและบทก่อน หรือ Sketches ภาพก่อนก็ได้ แล้วจึงค่อยใส่คำบรรยายลงไป อาจมีบทสนทนาหรือไม่มีบทสนทนาก็ได้ และสำหรับการกำหนดเสียงในแต่ละภาพต้องพิจารณาว่าภาพและเสียงไปด้วยกันได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเสียงดนตรี เสียงธรรมชาติหรือเสียงอื่นๆ

หลักการเขียนสตอรี่บอร์ด

รูปแบบของสตอรี่บอร์ด จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนภาพกับส่วนเสียง โดยปกติการเขียนสตอรี่บอร์ด ก็จะวาดภาพในกรอบสี่เหลี่ยม ต่อด้วยการเขียนบทบรรยายภาพหรือบทการสนทนา และส่วนสุดท้ายคือการใส่เสียงซึ่งอาจจะประกอบด้วยเสียงสนทนา เสียงบรรเลง และเสียงประกอบต่างๆ

สิ่งสำคัญที่อยู่ภายในสตอรี่บอร์ด ประกอบด้วย

  1. ตัวละครหรือฉาก ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่หรือตัวการ์ตูน และที่สำคัญ คือ พวกเขากำลังเคลื่อนไหวอย่างไร
  2. มุมกล้อง ทั้งในเรื่องของขนาดภาพ มุมภาพและการเคลื่อนกล้อง
  3. เสียงการพูดกันระหว่างตัวละคร มีเสียงประกอบหรือเสียงดนตรีอย่างไร

วิธีการเขียนสตอรี่บอร์ด

สตอรี่บอร์ด (Story Board) คือการเขียนกรอบแสดงเรื่องราวที่สมบูรณ์ของภาพยนตร์หรือหนังแต่ละเรื่อง โดยมีการแสดงรายละเอียดที่จะปรากฏในแต่ละฉากหรือแต่ละหน้าจอ เช่น ข้อความ ภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียงดนตรี เสียงพูดและแต่ละอย่างนั้นมีลำดับของการปรากฏว่าอะไรจะปรากฏขึ้นก่อน-หลัง อะไรจะปรากฏพร้อมกัน เป็นการออกแบบอย่างละเอียดในแต่ละหน้าจอก่อนที่จะลงมือสร้างเอนิเมชันหรือหนังขึ้นมาจริงๆ

ข้อดีของการทำ Story Board

  1. ช่วยให้เนื้อเรื่องลื่นไหล เพราะได้อ่านทวนตั้งแต่ต้นจนจบก่อนจะลงมือวาดจริง
  2. ช่วยให้เนื้อเรื่องไม่ออกทะเล เพราะมีแผนการวาดกำกับไว้หมดแล้ว
  3. ช่วยกะปริมาณบทพูดให้พอดีและเหมาะสมกับหน้ากระดาษและบอลลูนนั้น ๆ
  4. ช่วยให้สามารถวาดจบได้ในจำนวนหน้าที่กำหนด (สำคัญสุด!)

แหล่งข้อมูลและแหล่งอ้างอิง https://kruuthit.wordpress.com/2013/02/09/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-story-board/

การสร้างตัวละคร

เอาล่ะครับวันนี้ก็จะมาขอเสนอ เรื่องการเขียนตัวละครนะครับมาลองดูกันว่าการสร้างตัวละครควรมีอะไรบ้าง

character_design_vol_i_by_urukkisaki-d5wherh

       ภาพตัวละครในแบบต่างๆและเครื่องแบบให้ดูเป็นบุคลิค

เวลาสร้างตัวละครจะต้องนึกถึงสิ่งเหล่านี้

  1. Appearance คือลักษณะภายนอกต่างๆของตัวละคร เช่นรูปร่างหน้าตา การแต่งกาย บุคลิก ฐานะ ความรู้
  2. Point of View คือความคิด มุมมอง ทัศนคติ ความคิดเห็นต่างๆของตัวละครที่มีต่อเรื่องรอบตัว
  3. Background คือภูมิหลังตัวละคร เช่น ชาติกำเนิด อาชีพ ความรู้ โรงเรียนที่จบมา กิจกรรมที่ตัวละครเคยชอบทำ
  4. Verbal/non-verbal language คือลักษณะกรพูด ภาษาพูด/ภาษาท่าทางของตัวละคร

ที่เราต้องทราบสิ่งเหล่านี้ เพราะจะทำให้ตัวละครทุกตัวมีความสมจริง และมีความเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่สร้างมาแล้วตัวละครมีบุคลิกลักษณะซ้ำๆกันไปหมด พูดเหมือนกันหมด และที่สำคัญ ถ้าเรารู้จักตัวละครดีมากเท่าไหร่ เราก็จะทราบถึงความต้องการในการกระทำต่างๆของตัวละครมากเท่านั้นสิ่งที่จะทำให้คนเราต่างกันคือ

049-300x281.jpg

๑.    พันธุกรร

๒.    สิ่งแวดล้อม

๓.    สถานการณ์เฉพาะหน้า ที่ทำจะทำให้คนเราแก้ปัญหาต่างๆกัน

Stock Character          คือตัวละครที่ถูกสต๊อกเอาไว้ (หรือมีอยู่ในสต๊อกอยู่แล้ว) เช่นนางเอกไทยต้องเป็นคนดี สวย เรียบร้อย ไม่เคยเสียตัว ไม่ท้องโย้ พระเอกต้อง หล่อ รวย พูดน้อย

Gothic Fomular คือพวกละครบรรยากาศใหญ่ มีบ้านใหญ่ๆ หรือพวกสถานที่ใหญ่ๆ ปราสาทใหญ่ดูลึกลับ แล้วมีตัวละครที่ตัวเล็กๆ ดูเหมือนอ่อนแอ ไม่มีทางสู้ มาคอยพัวพัน แล้วได้ค้นพบความจริง (โดยมากมักเป็นพวกนางเอกประเภทเสือกจนเจอดี)1399269368-1383651490-o.jpg

เป้าหมายในชีวิตของตัวละคร (Intention Goal) มี2แบบ

  1. เป้าหมายระยะสั้น
  2. เป้าหมายระยะยาว

Motivation คือ แรงบันดาลใจ แรงจูงใจของตัวละคร ซึ่งจะทำให้เกิดภารกิจ (Mission) ซึ่งจะนำไปสู่การกระทำของตัวละคร (Action) เช่นนางอิจฉา มีเป้าหมาย (Goal) คือพระเอก เพราะมี Intention Goal ว่าได้พระเอกแล้วสบาย เพราะฉะนั้น Mission ของนางอิจฉาก็คือ ทำยังไงก็ได้ให้ได้พระเอก เมื่อพระเอกไปชอบนางเอก ก็ต้องขัดขวางหรือแย่งพระเอก โดยใช้การกระทำ (Action)ต่างๆเช่น ด่า ตบ ใส่ร้าย

Goal ของตัวละครสามารถเปลี่ยนได้ ถ้าเจออุปสรรค เช่นพระเอกนางเอกได้แต่งงานกันแล้วไม่มีความสุขอย่างที่คิดก็อยากเลิก หรือนางอิจฉาพอไม่ได้พระเอกก็หันไปหาพระรองซึ้งอาจจะด้อยกว่าพระเอก

ขอขอบคุณข้อมูลและเว็บไซต์ http://www.oknation.net/blog/krisakorn/2007/05/23/entry-1

5 วิธีวาดรูปอย่างไรให้เก่ง!

เอาล่ะครับสำหรับน้องๆ เพื่อนๆ หลายคนที่อยากจะวาดรูปเก่งวันนี้ผมมีวิธีเจ๋งๆมาแนะนำว่าทำอย่างไรถึงจะวาดรูปเก่งได้อย่างไร ดังนี้ครับ

2013-10-01 15.32.jpg

1. คนวาดรูปเก่งมีการสังเกตุและเรียนรู้
เราจะสังเกตุได้ว่าคนที่วาดรูปเก่งหรือแม้แต่ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ ผู้คนเหล่านี้มักจะเป็นผู้ที่ช่างสังเกตุและเรียนรู้อยู่ตลอดชีวิต เพราะความสนใจนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญลำดับต้นๆเลย การสังเกตุ | เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวจะเป็นข้อได้เปรียบมากในการวาดรูป เพราะน้องจะสามารถจดจำราบละเอียดได้มากกว่าผู้อื่น และเมื่อหากวันหนึ่งเราจำเป็นต้องใช้มัน(วาด) สมองของน้องจะสั่งการอัตโตมัติและนึกภาพออกทันที หัดเป็นคนช่างสังเกตุเข้าใว้ เพราะสิ่งต่างๆรอบตัวนั้นเต็มไปด้วย “ภาพ”

341.jpg

2. คนวาดรูปเก่งรู้จักการฝึกฝน
เมื่อเราเป็นคนช่างสังเกตุและเรียนรู้เป็นแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการฝึกฝนมันจำเป็นมาก ไม่เคยมีศิลปินผู้ยิ่งใหญ่หรืออัจจริยะคนไหนไม่เคยผ่านการฝึกฝน แต่ชีวิตพวกเค้าล้วนผ่านการฝึกฝนที่หนักหนาสาหัสกว่าเรามากๆ ดังนั้นหากยังอยากที่จะวาดรูปเก่ง สิ่งนี้ขาดไม่ได้เลย ฝึกวาดมันไปเรื่อยๆ ลองคิดดูว่าถ้าเราวาดวันล่ะ 1 รูป 1 เดือน ก็ได้ 30 รูปแล้ว ปีนึงก็ 365 รูป แม่เจ้า !!! จะไม่เทพก้ให้มันรู้ไปครับ

525997_209506082484699_173850422716932_270783_643612192_n.jpg

3. คนวาดรูปเก่งต้องรักษาระดับและต่อยอด
การช่วงของการหัดวาดรูปจะเป็นช่วงที่น่าเบื่อสำหรับทุกคน ที่มีทักษะที่อ่อนกว่าคนอื่นแต่อยู่ที่ว่าใครอ่อนมากอ่อนน้อย แต่พอผ่านช่วงนี้ไปแล้วน้องลองสังเกตุตัวเองว่าเราจะวาดได้ดีขึ้น สวยขึ้น แต่อาาจไม่สมบูรณ์แบบ 100% พอถึงช่วงนี้น้องต้องรักษาระดับตัวเองและพัฒนาต่ออย่าทำอะไรซ้ำๆอยู่กะที่(วาดรูปเดิมๆ)  เพราะมันจจะทำให้ฝีมือน้องไม่พัฒนาเลยและจะพาให้เราเบื่อด้วย

spd_20130523121519_b.jpg4. คนวาดรูปเก่งรู้จักการปรับปรุงข้อผิดพลาด
ข้อผิดพลาดในหัดการวาดรูปช่วงแรกๆจะมีกันทุกคนครับ ยอมรับข้อผิดพลาดและปรับปรุงซ่ะ อย่า !!! วาดอะไรผิดๆไปตลอดชีวิต เพราะมันจะเป็นสิ่งที่น่าเสียใจมากๆ

346427.jpg

5. คนวาดรูปเก่งมักมีผู้แนะนำที่ดี 
การที่เรามีผู้แนะนำที่ดีมีประสบการณ์นั้น จะทำให้น้องๆไม่หลงทางในการวาดรูป ข้อผิดพลาดน้องๆจะลดน้อยลง ดีกว่าการที่เรามานั่งเดาเอาวาดไปมั่วๆ แล้วรู้สึกว่ากูเนี่ย “ติส” ซึ่งมันไม่ใช่และเป็นความคิดที่ผิดมากๆ เพราะผู้คนเหล่านี้เค้าได้ผ่านการฝึก และ รู้ข้อผิดพลาด จากการที่เค้าได้หัดวาดมาแล้ว ผู้แนะนำน้องๆอาจจะหาได้จาก อาจารย์ | ครู | พ่อแม่(บางคนวาดรูปเก่ง) |  น้องจะได้รู้ข้อผิดพลาดและปรับปรุงไปในทางที่ดี

ขอขอบคุณเว็บไซต์ และแหล่งอ้างอิง https://blog.eduzones.com/noirartschool/144115

ขั้นตอนการเขียนการ์ตูน

 

เอาล่ะวันนี้ใครอยากจะลองเขียนการ์ตูนมั้งครับ?

ฮ่าๆงั้นเรามาดูขั้นตอนตามนี้เลยดีกว่าว่าขั้นตอนการเขียนการ์ตูนเป็นยังไง

ขั้นตอนการเขียนการ์ตูน

เมื่อเราสามารถกำหนดเรื่องที่จะเขียนได้แล้วต้องดำเนินขั้นตอนดังนี้
1.วางเค้าโครงเรื่องราวให้สนุกและเข้าใจ เอาไว้ล่วงหน้า
2.แบ่งสาระสำคัญของเรื่องออกเป็นเฟรมหรือส่วนย่อย ๆ ติดต่อกันตลอดเรื่อง
3.พิจารณาเพิ่มเติมหรือตัดทอนสาระสำคัญให้เหลือเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริงๆ
4.เขียนภาพคร่าวๆ เป็นเรื่องราวติดต่อกันตามสาระสำคัญหรือส่วนย่อยๆ ที่แบ่งไว้
5.ลงมือวาดการ์ตูน โดยถือหลักการต่อไปนี้เป็นพื้นฐาน
•ภาพทุกภาพต้องแสดงท่าทางให้สื่อความหมายตามท้องเรื่อง
•ต้องเป็นภาพที่ง่าย ไม่แสดงรายละเอียดมากนัก เน้นเฉพาะส่วนที่จำเป็น
•แต่ละภาพต้องมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน
•ใช้คำบรรยายหรือภาษาประกอบที่กะทัดรัด แต่มีความสมบูรณ์
•ไม่ควรมีการพูดและโต้ตอบในภาพเดี่ยว เพราะจำทำให้ผู้ดูสับสน
•ให้มีการเคลื่อนไหวของตัวละครในมุมต่างๆ เพื่อให้ผู้ดูมีความสนใจยิ่งขึ้น
•ถ้าเป็นตำราเรียน ควรมีข้อแนะนำวิธีการเรียน จุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์
•ควรพิจารณาจัดลำดับให้เหมาะสม

ยินดีต้อนรับเข้าสู้เว็บไซต์นะครับ ^_^

อ่า…ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อ “โอ๊ต”

ผมเป็นคนเขียนเว็บไซต์นี้ขึ้นมาเผื่อรวบรวมผลงานวาด และงานอดิเรกของผมครับ ^_^